ร้อยไหม (Ultra V Lift)

ไหมละลายชนิดนี้แตกต่างจากไหมละลายชนิดอื่นอย่างไร

ไหม PDO เป็นไหมละลาย ซึ่งร่างกายจะค่อยๆกำจัดออกไปจนหมด  ภายในระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งแตกต่างจากไหมยกกระชับใบหน้าชนิดอื่นในสมัยก่อน  อย่างไหมแอปทอส(Aptos) ซึ่งมีลักษณะเป็นฟันปลาเป็นไหมชนิดไม่ละลายหลังทำมักพบรอยช้ำนาน  และต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง หากทำผิดวิธีทำให้ใบหน้าสมดุลต้องมาผ่าตัด เพื่อเอาไหมออกไปก่อนร้อยใหม่ นอกจากนี้ยังไม่สามารถร้อยบริเวณลำตัวได้ ขณะที่ไหมทอง (Gold Thread) ซึ่งประกอบด้วยทองคำบริสุทธิ์มีโลหะเป็นองค์ประกอบเป็นไหมชนิดที่ไม่ละลาย ข้อดีคือค่าใช้จ่ายสูงมากและต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ  เพราะไม่สามารถทำเลเซอร์  หรือนวดหน้าด้วยคลื่นวิทยุได้เหมือนคนทั่วไปเพราะอาจทำให้ไหมทองดูดซับความร้อนและขาดในผิวได้  นอกจากนี้บางรายอาจเกิดอาการแพ้ทองคำบริสุทธิ์ที่เป็นองค์ประกอบอยู่ได้ หากเกิดปัญหาต้องมาผ่าตัดเพื่อเอาไหมออกไปเช่นกัน  และยังไม่สามารถนำมาร้อยกระชับผิวบริเวณลำตัวได้เช่นกัน ไหม PDO จัดว่าเป็นละลายชนิดเดียวที่มีความปลอดภัย และประสิทธิภาพสูงกว่าไหมละลายชนิดอื่นอย่างไหมละลาย Catgut  ซึ่งมักพบรอยช้ำแดงได้นานกว่าถึง 20 วันหรือไหมละลาย PGA (Polygicolic Acid) หรือไหมละลาย Polygicolic ซึ่งมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายกว่า 60 – 90 วัน หลังร้อย เนื่องจากไหมชนิดนี้จะมีรูพรุนอยู่มากทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายกว่า  และละลายหายเร็วภายใย 3เดือนทำให้ประสิทธิภาพในการกระตุ้นให้เกิดผังผืดหรือเส้นใยที่ดึงรั้งผิวเกิดเพียงช่วงสั้นๆเท่านั้น ขณะที่ไหม PDO จะคงอยู่ได้นาน 1 - 3 ปี

ข้อควรปฏิบัติก่อน-หลังการรักษา

1. งดรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด

    น้ำมันตับปลา วิตามิน อาหารเสริมต่างๆ 1-2สัปดาห์

2. หลังทำหลีกเลี่ยงสัมผัสน้ำบริเวณที่รักษา 2-3วัน

3. งดนวด ทำทรีทเม้นท์ เลเซอร์ บริเวณที่ร้อยไหม 2สัปดาห์

4. นัดพบแพทย์หลังรักษา 1เดือนเพื่อประเมินผลการรักษา

Ultra V lifting

ร้อยไหม ดึงหน้า เพื่อผิวอ่อนเยาว์

ความสวยงามของผิวพรรณ ผิวที่ดูอ่อนเยาว์ เป็นความใฝ่ฝันของทุกคนก็ว่าได้ เราทุกคนต้องการให้ตัวเองดูดีอยู่เสมอ  เทคโนโลยีด้านความงาม จึงมีการพัฒนากันอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะนวัตกรรมชะลอวัย หนึ่งในนวัตกรรมเหล่านั้น ที่เราจะพุดถึง ก็คือ Ultra V lifting หรือ เทคนิคร้อยไหม ดึงหน้า
 
ก่อนที่จะรู้ว่า เทคนิคร้อยไหม ดึงหน้า คืออะไร แล้วเขาทำกันอย่างไร เรามารู้ถึงวิวัฒนาการของวิธีการยกกระชับผิวหน้า ลดเลือนริ้วรอยกันก่อนนะคะ
 
กรรมวิธีในการยกกระชับ โดยเฉพาะใบหน้า ได้มีวิวัฒนาการกันมาเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่ยุคแรกๆ ก็เป็นการผ่าตัดยกกระชับ ต่อมาก็มีการยกกระชับด้วยใช้คลื่น RF เช่น Thermage , Athron แล้วก็มาถึงกลุ่มการใช้คลื่นเสียง ( Focused Ultrasound) เช่น Ulthera
 
การยกกระชับด้วยการใช้เส้นไหม ก็จัดเป็นการยกกระชับอีกรูปแบบหนึ่งที่มีการทำมาหลายปี โดยเริ่มแรก อาจจะเป็นการยกกระชับด้วย ไหม Aptos Threads เป็นไหม ที่มีฟันปลาเล็กๆ อยู่ตลอดเส้นเพื่อดึงรั้งเนื้อใต้ผิวหนังให้ตึงขึ้น จัดเป็นกลุ่มเส้นไหมที่ไม่ละลาย เข็มที่ใช้มีขนาดใหญ่ ขณะทำจะเจ็บมาก มีรอยฟกช้ำมากหลังทำ และมักจะเกิดปัญหาในระยะยาวได้ เช่นนานๆ ไป พบแง่งไหมอาจจะโผล่ออกมาจากผิวหนังให้เห็นต้องไปผ่าออก หรือ เมื่อเงี่ยง หรือ ฟันปลาหลุดออกเมื่ออายุมากขึ้น ก็ทำให้ไหมไมได้ผลตามต้องการ ต่อมาก็มี การยกกระชับด้วย ไหมทองคำ(Gold Thread) แม้จะมีข้อดีที่เกิดรอยช้ำหลังทำน้อยกว่า แต่มีข้อเสียที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก และ ทำได้เฉพาะบางที่บางบริเวณ เช่น ใบหน้า คอ แขนเท่านั้น หลังทำต้องเลี่ยงการสัมผัสความร้อนหรือทำทรีทเม้นต์ต่างๆ ที่ใบหน้า การร้อยเส้นไหมทองคำถ้าผิดพลาด ต้องผ่าตัดเอาไหมออก และอาจจะมีปัญหาสำหรับผู้ที่แพ้โลหะ เป็นต้น
 นอกจากนี้ถือว่า เส้นไหมทั้งสองแบบ ยังไม่ผ่าน อย.ของเมืองไทย จึงไม่ค่อยนิยมแพร่หลายมากนัก

Fine Thread Lifting (FTL) หรือ Ultra V Lift เทคโนโลยี ยกกระชับหน้า ล่าสุดจากเกาหลี นวัตกรรมนี้เข้ามาใช้ในทางการแพทย์เพื่อความงาม เช่น ดึงหน้า ยกกระชับ ปรับหน้าเรียว ลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่น ฟื้นฟูสภาพผิวให้เต่งตึง สดใสดูอ่อนกว่าวัย ทางเลือกใหม่ของผู้ที่ไม่อยากเจ็บตัวจากการผ่าตัดทำศัลยกรรม ด้วย การร้อยไหมละลาย จัดเป็นกรรมวิธีใหม่ที่นำมายกกระชับหน้าที่ได้ผลดี รวดเร็ว โดยใช้ไหมที่ผ่านรับรองจากอย.ของประเทศเกาหลีใต้และอย.ของประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว

ไหมที่ใช้เป็น ไหมชนิด Polydioxanone (PDO) ซึ่งเป็นไหมละลาย ที่ใช้ในการเย็บผนังเส้นเลือดหัวใจ ซึ่งมีโอกาสแพ้น้อยมาก ไม่มีผลปฏิกิริยาต่อผิวหนัง ไหมละลายที่นำมาร้อยกระชับผิวนี้ จะค่อยๆ ละลายไปภายใน 6-8 เดือน ไม่เหลือตกค้างให้เกิดผลข้างเคียงภายหลัง

Fine Thread Lifting (FTL) หรือ Ultra V Lift นอกจากจะเห็นผลทันทีหลังทำแล้ว เนื่องจาก ไหมละลาย มีกลไกการออกฤทธิ์หลังจาก การร้อยไหม เข้าสู่ชั้นผิวหนัง คือ ไหม จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวเกิดการกระชับตึงขึ้นในทันทีที่ทำ และยังพบผลดีต่อเนื่องได้อีก คือ ขณะที่ไหมละลายอยู่ใต้ผิวหนัง จะทำให้เกิดการอักเสบของผิวหนังที่ร้อยไหมเข้าไป จึงกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่ (Local microcirculation) ทำให้ผิวเกิดการไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้น ผิวหน้าจึงแลดูเปล่งปลั่งสดใสขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์ และ มีผลให้เกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจนรอบๆ เส้นไหม จึงเกิดการยกกระชับมากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งหลังจากไหมสลายตัวหมด โครงสร้างคอลลาเจนที่เกิดขึ้นจะเป็นตัวค้ำจุนผิวดังโครงสร้างเส้นใย ทำให้กระชับและเต่งตึงต่อไป ผิวหน้าจะยิ่งดีขึ้น กระชับขึ้นเรื่อยๆ และได้ผลต่อเนื่องนานถึง 12-18 เดือน

ข้อดีของการทำ Ultra V Lift

นอกจากจะราคาถูกกว่าเครื่องมือบางอย่างแล้ว ยังเห็นผลได้ทันที ชัดเจนหลังทำ และ ทำเพียงครั้งเดียว ไม่เจ็บปวด ขั้นตอนในการทำ หลังจากทายาชาบริเวณที่ต้องการยกกระชับ นาน 30-45 นาที หลังจากนั้น แพทย์จะนำ เส้นไหม ที่อยู่ตรงปลายเข็มเข้าไปยึดตามเนื้อเยื่อผิว โดยจะใช้ วิธีการร้อยเรียงเส้นไหม แพทย์จะพิจารณาตามโครงหน้าของคนไข้เป็นหลัก ในเวลาเพียง 20-40 นาที ซึ่งหลังทำคนไข้จะเห็นผลทันทีว่าผิวหน้ายกกระชับ พร้อมทั้งยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้ผิวหน้าดูเนียบเรียบ กระจ่างใสมากขึ้นอีกด้วย

Ultra V lift ทำแล้วดียังไง

1. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ใต้ผิว ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวให้แข็งแรง ผิวดูสุขภาพดีจากภายในและเปล่งประกายสู่ภายนอก รูขุมขนกระชับขึ้น ร่องแก้มตื้นขึ้น       หน้าเต่งตึง ไม่หย่อนคล้อยคืนความอ่อนเยาว์ แค่เพียงครั้งแรกก็เห็นผลชัดเจนทันทีหลังทำ

2. ช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ชัดเจนทันที ยกกระชับผิวได้ตรงจุด หมดปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณคอ ใบหน้า หางตา หัวคิ้ว หน้าผาก ริ้วรอยเล็กๆ ใต้ตา ที่         โบทอกซ์หรือฟิลเลอร์ เลเซอร์ ไม่อาจจะแก้ไขได้หมด

3. ปรับหน้าให้ได้รูปเรียวสวยตามต้องการ เป็น V-Shape ,Jaw Line คมชัดขึ้น ลดไขมัน รอยย่นใต้คางได้ผลทันที

4. ช่วยปรับรูปจมูกให้ได้รูปตามต้องการ เสริมการฉีดฟิลเลอร์ จึงทำให้ดูคมขึ้น และยังช่วยปรับปลายจมูกให้เชิดขึ้น ในขณะที่ฟิลเลอร์มีข้อจำกัดในการปรับ     ปลายจมูกให้เชิดตามต้องการ

5. ช่วยยกหางตาตก ปรับแนวรูปคิ้ว ยกมุมปากตก เสริมคางให้แหลม

6. ช่วยให้การไหลเวียนพลังงานและโลหิตดีขึ้น ผิวแลดูสดชื่น เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล แลดูขาวกระจ่างใส

7. ช่วยยกกระชับต้นแขน สะโพก หน้าท้องที่หย่อนคล้อย ให้กระชับมากขึ้น และได้ผลต่อเนื่องนานเป็นปี

8. อยู่ได้ยาวนานกว่าการทำ Botox ,Filler มากสูงสุดถึง 2 ปี

9. หลังจากการทำไม่ต้องพักฟื้นแต่สามารถแต่งหน้า ไปเรียนหรือทำงานได้ตามปกติทันที

10. เห็นผลคล้ายการทำผ่าตัดยกกระชับใบหน้า แต่ไม่เจ็บและไม่ต้องพักฟื้นเหมือนการผ่าตัด

11. มันใจได้ว่าปลอดภัย ไหมสลายตัวหมด ไม่มีสารตกค้าง

หลังการร้อยไหมดึงหน้าด้วย Ultra V lift แล้ว 2 สัปดาห์ คนไข้สามารถทำทรีทเม้นต์ เลเซอร์ หรือ การรักษาหน้าอย่างอื่นๆได้ตามปกติ

Visitors: 51,149